, ,

อาหารเสริม เซราไมด์ ผสม น้ำมันมะกอกธรรมชาติ และ วิตามิน อี ชนิดแคปซูลนิ่ม กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส (30 แคปซูล)

1,000฿

ได้เวลาบอกลาผิวแห้ง เผยผิวแข็งแรงสุขภาพดี ด้วย เซราไมด์ จากธรรมชาติ

ผิวสวยอย่างปลอดภัย ด้วยสารสกัดเซราไมด์เข้มข้นจากข้าวสาลี 100% นำเข้าจากฝรั่งเศส ในรูปแบบน้ำมันครั้งแรกในประเทศไทย ได้รับการการันตีประสิทธิภาพในการดูแลผิวจากงานวิจัยทางคลินิกระดับ Gold Standard Protocol เผยแพร่ในวารสาร Cosmetics ปี 2017 ซึ่งพบว่าเซราไมด์จากข้าวสาลีส่งผลดีกับผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้น ลดการสูญเสียน้ำของผิว ลดเลือนริ้วรอย  ผิวตึงกระชับ ยืดหยุ่นขึ้น หลังจากใช้อย่างต่อเนื่อง ใน 1 แคปซูลประกอบด้วย:

  • ไฟโตเซราไมด์เข้มข้นสกัดจากข้าวสาลี 100% นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส
  • น้ำมันจมูกข้าวสาลี น้ำมันมะกอกธรรมชาติ และวิตามิน อี

Availability: มีสินค้าอยู่ 20

อาหารเสริม เซราไมด์ ผสม น้ำมันมะกอกธรรมชาติ และ วิตามิน อี ชนิดแคปซูลนิ่ม กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส (30 แคปซูล)
Giffarine Wheat Ceramide Plus : Ceramide Dietary Supplement Mixed with Natural Olive Oil and Vitamin E Soft Capsule Type (30 capsules)

ได้เวลาบอกลาผิวแห้ง เผยผิวแข็งแรงสุขภาพดี ด้วย เซราไมด์ จากธรรมชาติ

กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส 1 แคปซูล มีอะไรบ้าง
  1. น้ำมัน มะกอกธรรมชาติ 86.37 มก.
  2. น้ำมัน จมูกข้าวสาลี 330 มก.
  3. วิตามินอี 13.63 มก.
  4. สารสกัดจากข้าวสาลี 70 มก.
  • ให้สฟิงโกไลพิดรวมถึง ไกลโคสฟิงโกไลพิด และกลูโคซิลเซราไมด์ 10,500 มคก.
  • ให้ไดกาแลกโตซิล ไดกลีเซอร์ไรด์ 10,500 มคก.

บอกลาผิวแห้ง ด้วย กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส

เหมาะสำหรับกับ :

  • ผู้ที่มีผิวแห้ง ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวทั่วเรือนร่าง
  • ผู้ที่อยู่ในสภาพอากาศที่แห้งและเย็นเป็นประจำ เช่น ในห้องแอร์
  • ผู้ที่ต้องการดูแลผิวเป็นพิเศษ
  • ผู้ที่มีความกังวลใจเรื่องริ้วรอยที่ผิว

ยืนยันประสิทธิภาพ ด้วยงานวิจัยระดับสากล

การันตีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยทางคลินิกระดับ Gold Standard Protocol (วิธีวิจัยมาตรฐานระดับสากล) เผยแพร่ในปี 2017 ในวารสาร Cosmetics (วารสารสากลด้านวิทยาศาสตร์  และเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ สําหรับผิวพรรณ และความงาม) พบว่า เซราไมด์จากข้าวสาลี ส่งผลดีกับผิว 

มาทําความรู้จัก เซราไมด์ จากข้าวสาลี ตัวช่วยต้านความแห้งเหี่ยวของผิว

เซราไมด์ (Ceramide) คืออะไร?

เซราไมด์ (Ceramide) เป็น สารไขมันที่มีขั้ว จัดอยู่ในกลุ่มสารสฟิงโกลิพิด (Sphingolipids) เซราไมด์จะพบในปริมาณ 50% ของไขมัน ในชั้นหนังกําพร้าชั้นนอกสุด ที่เรียกว่า Stratum corneum โดยทําหน้าที่ป้องกันการสูญเสียน้ําที่ผิว เสมือนเกราะของผิว (อ้างอิงที่ 1)

เซราไมด์ (Ceramide) เป็น สารจำพวกไขมัน  ทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องผิว จากสิ่งแปลกปลอมภายนอก ช่วยให้ผิวอุ้มน้ำและคงความชุ่มชื้น แต่เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น เซราไมด์จะค่อยๆลดน้อยลง ทำให้สภาพผิวมีการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งยังมีอีกหลายปัจจัยประกอบที่ส่งผลให้เซราไมด์ในผิวลดน้อยลง เช่น แสงแดด มลภาวะ ความเครียด พันธุกรรม หากผิวขาดเซราไมด์ก็จะส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวอักเสบ ผิวแห้งแตกง่าย เกิดริ้วรอยตีนกา รอยเหี่ยวย่นก่อนวัย และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ บนผิวขึ้นอีกด้วย

เติมเซราไมด์ให้ผิว ง่ายนิดเดียว

การเพิ่มเซราไมด์ให้ผิวสามารถทำได้ 2 ทาง คือ

  1. การรับประทาน: เซราไมด์จะซึมผ่านจากชั้นผิวด้านใน และดูดซึมขึ้นสู่ผิวชั้นนอกได้ดีกว่าการทา ทำให้ผิวกักเก็บน้ำและชุ่มชื้นมากกว่า
  2. การทาที่ผิว: เซราไมด์จะซึมผ่านชั้นผิวหนังจากภายนอกได้ไม่ดีเท่าที่ควร

เลือก เซราไมด์ แบบไหน ให้เหมาะกับผิวเรา

เซราไมด์ (Ceramide) จากข้าวสาลี เป็น เซราไมด์จากพืชชนิดรับประทาน ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เป็นแหล่งของเซราไมด์จากพืชที่มีประสิทธิภาพสูง ในการทําให้ผิวชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย

  • มีโครงสร้างคล้ายกันกับเซราไมด์ที่พบในผิวมนุษย์ จะทําให้มีประสิทธิภาพในการดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ดีกว่า
  • มีกรดไขมันสายสั้น ทําให้ย่อยและนําไปใช้ได้ง่ายกว่าเซราไมด์ ที่มีกรดไขมันสายยาว
  • มีโดกาแลคโคซิล ไดกลีเซอร์ไรด์ (Digalactosyl Diglyceride; DGDG) ช่วยเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ชั้นผิวหนัง
  • มีงานวิจัยทางคลีนิคระดับ Gold Standard Protocol (วิธีวิจัยมาตรฐานระดับสากล) รองรับ

(อ้างอิงที่ 1-3)

รู้หรือไม่ผิวเราถูกทําร้ายทุกวัน

เมื่อผิวถูกทําร้ายทําให้เซราไมด์ คอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิวลดลง ผิวจึงแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยและดูแก่กว่าวัย

  • โรคทางผิวหนัง เช่น ผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้ หรือสะเก็ดหิน
  • มลภาวะ (ฝุ่น ควัน) ก่ออนุมูลอิสระที่ผิว
  • อายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสติน สลายมากกว่าสร้าง
  • อนุมูลอิสระ ทําให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ

ล็อคความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วย ไฟโตเซราไมด์ สกัดจากข้าวสาลี 100%

เซราไมด์สกัดจากข้าวสาลีเป็นเซราไมด์สกัดจากพืช หรือ ไฟโตเซราไมด์ (PhytoCeramide) ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแหล่งเซราไมด์คุณภาพ มีประสิทธิภาพสูงในการดูแลผิว ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัย อุดมไปด้วยสฟิงโกไลพิด รวมถึงไกลโคสฟิงโกไลพิด และกลูโคซิลเซราไมด์ ช่วยดูแลผิวอย่างล้ำลึก เสริมเกราะป้องกันให้ผิวแข็งแรง จากภายในสู่ภายนอก

  • ผิวที่ไม่ได้รับเซราไมด์ ก็เหมือนผิวขาดเกราะป้องกัน จึงสูญเสียน้ําใต้ผิว ผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอย และแก่ก่อนวัย
  • ผิวที่ได้รับใฟโตเซราไมด์จากข้าวสาลี จะดูชุ่มชื้น ฉ่ำน้ำ เปล่งปลั่ง ตึงกระชับ และแข็งแรง

(อ้างอิงที่ 2)

ทําไมต้องเซราไมด์จากข้าวสาลี
  1. เซราไมด์จากข้าวสาลีมีไดกาแลคโคซิล ไดกลีเซอร์ไรด์ (Digalactosyl Diglyceride ; DGDG) เป็นอิมัลซิไฟเออร์ธรรมชาติที่จะช่วยเพิ่มการดูดซึมเซราไมด์ ให้สามารถไปถึงผิวได้ภายใน 24 ชม. (ยืนยันด้วย Radiolabeled)
  2. กรดไขมันส่วนใหญ่ที่พบในเซราไมด์จากข้าวสาลี เป็นกรดไขมันที่มีสายสั้น ทําให้ย่อยและนําไปใช้ได้ง่ายกว่า กรดไขมันที่มีสายยาว ที่ได้จากเซราไมด์จากพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวเจ้า
  3. เซราไมด์จากข้าวสาลี มีโครงสร้างสฟิงกอยด์ (Sphingoid base) ชนิด d18:1 ซึ่งเป็นโครงสร้างคล้ายกัน กับที่พบในชั้นผิวหนังมนุษย์แต่เซราไมด์ จากพืชชนิดอื่นๆ จะมีโครงสร้าง ชนิด d18:2 ซึ่งไม่พบในผิวหนังมนุษย์
  4. ได้รับการยอมรับให้กล่าวอ้างถึงประสิทธิภาพในการดูแลผิว โดยหน่วยงานสาธารณสุขประเทศแคนาดา (Health Canada) ว่าช่วยทําให้ผิวชุ่มชื้น หยืดหยุ่นขึ้นภายใน 15 วัน

(อ้างอิงที่ 1-5)

การันตีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยทางคลินิก

การันตีประสิทธิภาพ จากงานวิจัยทางคลินิก ระดับ Gold Standard Protocol (วิธีวิจัยมาตรฐานระดับสากล) พบว่า การได้รับเซราไมด์จากข้าวสาลีในรูปแบบน้ํามัน วันละ 70 มก. ก่อนนอน ช่วยให้… ความชุ่มชื้นในผิวเพิ่มขึ้นภายใน 15 วัน (อ้างอิงที่ 2)

เซราไมด์ช่วยให้ผิวแข็งแรงได้อย่างไร

เพราะโครงสร้างผิว มีคอลลาเจน และอีลาสติน เป็นส่วนประกอบสําคัญ

  • เซราไมด์ช่วยลดการสลาย ของ คอลลาเจน ด้วยกลไกลการยับยั้งเอนไซม์ คอลลาจีเนส (Collagenase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ ที่ทําลายโครงสร้างคอลลาเจน
  • เซราไมด์ช่วยลดการสลาย ของ อีลาสติน ด้วยกลไกลการยับยั้งเอนไซม์ อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งเป็นเอนไซม์ ที่ทําลายเส้นใยอีลาสติน

ดังนั้น ผิวที่ได้รับเซราไมด์จึงแข็งแรง กระชับ ไม่หย่อนคล้อย (อ้างอิงที่ 1)

ประโยชน์ของ น้ำมันมะกอก กับ ผิวพรรณ และ เส้นผม

“น้ำมันมะกอก” เป็น น้ำมันที่ให้ประโยชน์มากกว่าโทษ หลายคนจึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหาร รวมถึงนำมาใช้บำรุงผิวพรรณและเส้นผมอีกด้วย เรียกได้ว่าน้ำมันมะกอกมีประโยชน์แบบ 2 in 1 กันเลยทีเดียว สำหรับประโยชน์ของน้ำมันมะกอกในด้านความงามมีดังต่อไปนี้

  1. ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวย น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยวิตามิน B และวิตามิน E ที่จะช่วยบำรุงผมคุณได้อย่างล้ำลึก เพิ่มความนุ่มสลวยและทำให้ผมแข็งแรง ไม่เปราะหรือขาดง่าย โดยน้ำมันมะกอกจะซึมเข้าไปในแกนผมและช่วยรักษาความชุ่มชื้น ความเงางาม ทำให้ผมดูเรียบขึ้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีผมแห้งเสีย ชี้ฟู หรือผู้ที่ผมเสียจากการทำสีผม นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังช่วยขจัดรังแค และยังช่วยให้ผมดกดำอีกด้วย
  2. ช่วยดูแลปัญหาสิว น้ำมันมะกอกยังสามารถใช้รักษาสิวได้อีกด้วย เนื่องจากในน้ำมันมะกอกมีสารฆ่าเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ จึงสามารถป้องกันแบคทีเรียตัวก่อให้เกิดสิวบนใบหน้าได้ นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังป้องกันการอักเสบ และอาการบวมแดงของสิวได้ด้วย
  3. ช่วยบำรุงและเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว หากคุณมีผิวแห้งกร้าน น้ำมันมะกอกสามารถช่วยบำรุงผิวคุณให้กลับมาชุ่มชื้น ดูสุขภาพดีได้ น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินอี วิตามินดี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยเติมเต็มน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้อย่างล้ำลึก ซึมซาบเร็ว และกักเก็บความชุ่มชื้น เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ผิวพรรณของคุณก็จะค่อย ๆ กลับมานุ่มชุ่มชื้นอย่างแน่นอน
  4. ช่วยบำรุงเล็บให้แข็งแรง เราสามารถใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์มาเป็นส่วนผสมเพื่อใช้บำรุงเล็บและมือของเราได้ด้วย โดยนำไปผสมกับผลิตภัณฑ์ธรรมชาติอื่น ๆ เช่น น้ำมันมะนาว น้ำผึ้งสด น้ำตาล เป็นต้น เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่นให้กับเล็บ น้ำมันมะกอกจะช่วยบำรุงให้เล็บฉีกขาดน้อยลง ไม่เป็นขุยหรือเล็บลอก แถมยังช่วยคืนความนุ่มให้กับมือของเราด้วย
  5. ใช้ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด น้ำมันมะกอกเป็นน้ำมันที่สามารถใช้เช็ดล้างเครื่องสำอางได้อย่างสะอาดหมดจด รวมถึงยังอ่อนโยนต่อผิวหน้าอีกด้วย โดยเฉพาะผิวบริเวณรอบดวงตาที่มีความบอบบาง ต้องอาศัยความระมัดระวังในการล้างออก การใช้น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำอุ่นจะช่วยล้างพวกมาสคาร่า หรืออายไลน์เนอร์ที่เกาะติดแน่นได้ดี อีกทั้งยังลดการทำร้ายผิวบริเวณรอบดวงตาอีกด้วย
  6. ช่วยป้องกันการเสียดสีจากการโกนขน ก่อนที่คุณจะเริ่มโกนขนบริเวณแขน ขา ให้ชโลมน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์จนทั่วก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ โกนขนอย่างเบามือ โดยน้ำมันมะกอกจะช่วยลดการเสียดสีของผิว ไม่ให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองในระหว่างที่โกนขน นอกจากนี้น้ำมันมะกอกจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นหลังโกนขน ไม่แห้ง และคันน้อยลง
  7. ช่วยบำรุงริมฝีปากให้นุ่ม ชุ่มชื้น น้ำมันมะกอกสามารถช่วยบำรุงให้ปากนุ่มชุ่มชื้นด้วยนะ โดยนำน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์มาผสมกับน้ำตาลทรายเล็กน้อย พร้อมกับเติมน้ำมะนาวสักนิดและเติมน้ำอุ่นลงไป เพื่อนำไปพอกกับริมฝีปาก กรดจากน้ำมันมะกอกและน้ำมะนาวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วพร้อมเผยผิวปากที่เนียนนุ่มและชุ่มชื้น
  8. ช่วยลดปัญหาริ้วรอย และรอยแผลเป็น นำน้ำมันมะกอกมาแต้มบริเวณริ้วรอยจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว รวมถึงนำมานวดบริเวณรอยแผลเป็นเล็กน้อย ประมาณ 5 นาที จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก วิตามินและแร่ธาตุในน้ำมันมะกอกจะช่วยให้เซลล์ผิวทำงานได้ดีขึ้น สร้างผิวใหม่ขึ้นมา ทำให้รอยแผลเป็นค่อย ๆ จางลง
  9. ช่วยในการบำรุงส้นเท้าแตก น้ำมันมะกอกโดดเด่นในเรื่องเพิ่มการชุ่มชื้นเป็นอย่างมาก จึงเหมาะกับการนำมาบำรุงส่วนที่แห้งแตกหรือแห้งกร้าน อย่างส้นเท้าแตกและตาตุ่มด้าน โดยนำน้ำมันมะกอกมานวดบริเวณที่แห้งกร้านและพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยไม่ต้องล้างออก ทำเป็นประจำทุกวัน ส่วนที่แห้งกร้านจะค่อย ๆ เนียนและชุ่มชื้นขึ้น
  10. นำมาเป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้า การนำน้ำมันมะกอก มาเป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้า จะมีส่วนช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้ เช่น นำมาผสมกับทานาคาหรือขมิ้นแล้วพอกทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที นอกจากจะได้เรื่องความเนียนนุ่มชุ่มชื้นแล้ว ผิวยังใสอีกด้วย หากทำเป็นประจำก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องความหมองคล้ำได้ นอกจากนี้น้ำมันมะกอกยังสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิวอีกด้วย เพราะน้ำมันมะกอกไม่ทำให้เกิดการอุดตัน

วิตามิน อี (Vitamin E)

“วิตามิน อี (Vitamin E)” เป็น “สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)” ป้องกันการแตกสลายของเยื่อหุ้มเซลล์ ทําให้เม็ดเลือดแดง ไม่แตกง่าย และจําเป็นต่อการเจริญและพัฒนาต่อเซลล์ประสาท

“วิตามิน อี (Vitamin E)” เป็น “สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)” ซึ่งจะไป “ทำให้เป็นกลาง (Neutralized)” ของการเกิด “อนุมูลอิสระ (Free radicals)” ดังนั้น “วิตามิน อี (Vitamin E)” เป็น สิ่งสำคัญในการดูแลรักษาผิว

มีการศึกษาวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่า “วิตามิน อี (Vitamin E)” ช่วยลด “โรคสะเก็ดเงินเกิดผื่นแดง (Psoriasis erythema)” และช่วยลดการเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง ช่วยรักษาแผลเป็น และช่วยลดริ้วรอยบนผิว

และจากการศึกษาพบว่า ผิวหนังในบริเวณที่มีต่อมไขมันมาก เช่น ใบหน้า จะมีปริมาณของ “วิตามิน อี (Vitamin E)” มากกว่าบริเวณแขนถึง 20 เท่า เนื่องจากต่อมไขมัน เป็นช่องทางที่สำคัญ ในการหลั่ง “วิตามิน อี (Vitamin E)” ออกสู่ผิวหนัง

ประโยชน์ของ วิตามิน อี (Vitamin E)

ประโยชน์ของการใช้ ผลิตภัณฑ์ ที่มีส่วนผสมของ วิตามิน อี ในการป้องกันและรักษาผิวพรรณ

  1. ช่วยลดอัตราการทำลายของแสงแดด ที่ทำให้เกิดรอยแดง
  2. ลดอัตราการเกิดมะเร็งผิวหนังจากแสงแดด
  3. ช่วยชลอความชราภาพของผิว ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น แตกลาย
  4. การให้ความชุ่มชื้นและ ลดความหยาบกร้านของผิวพรรณ

จะเห็นได้ว่า “วิตามิน อี (Vitamin E)” มีคุณสมบัติในการช่วยป้องกันผิวและช่วยบำรุงรักษาผิวและช่วยป้องกันอันตรายที่เกิด จากรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตได้อีกด้วย

คำถามที่มักพบบ่อยของ เซราไมด์ จากข้าวสาลี?

Q: ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของเซราไมด์จากข้าวสาลี, น้ำมันมะกอกธรรมชาติ, น้ำมันจมูกข้าวสาลีและวิตามินอี คืออะไร?

A: เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ล็อคน้ำไว้กับผิว ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น แข็งแรง สุขภาพดี และริ้วรอยแลดูจางลงโดย

  • สารสกัดจากข้าวสาลี มีสารสำคัญคือ ไกลโคสฟิงโกไลพิด, กลูโคซิลเซราไมด์ และไดกาแลกโตซิลไดกลีเซอร์ไรด์ ซึ่งเป็น เซราไมด์จากข้าวสาลีในรูปแบบน้ำมันครั้งแรกในประเทศไทย นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส
  • น้ำมันมะกอกธรรมชาติ ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ต้านอักเสบ
  • น้ำมันจมูกข้าวสาลี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • วิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
Q: ประโยชน์ของเซราไมด์จากข้าวสาลี มีอะไรบ้าง?
A: จากงานวิจัยพบว่า เซราไมด์ซึ่งเป็นสารสำคัญในสารสกัดจากข้าวสาลี จะมีประโยชน์ในเรื่องของ:

  • ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว ช่วยไม่ให้ผิวแห้งกร้าน ผิวจึงดูสุขภาพดี
  • ช่วยให้ผิวสูญเสียน้ำลดลง
  • ช่วยให้ผิวตึงกระชับ และยืดหยุ่น
  • ช่วยให้ริ้วรอยลดเลือนลง
  • ยับยั้งการทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโครงสร้างของผิวจึงช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น
Q: เซราไมด์จากข้าวสาลีต่างจากเซราไมด์จากแหล่งอื่นอย่างไร?
A: เซราไมด์จากข้าวสาลี เป็นเซราไมด์จากพืชชนิดรับประทานที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้เป็นแหล่งเซราไมด์จากพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการทำให้ผิวชุ่มชื้น ดูอ่อนกว่าวัยและมีจุดเด่นที่:

  • มีโครงสร้างคล้ายกันกับที่พบในชั้นผิวหนังมนุษย์ แต่เซราไมด์จากพืชชนิดอื่นๆจะมีโครงสร้างต่างออกไป จึงไม่พบในชั้นผิวหนังมนุษย์
  • เซราไมด์จากข้าวสาลีมี ไดกาแลคโคซิล ไดกลีเซอร์ไรด์ (Digalactosyl Diglyceride; DGDG) เป็นอิมัลซิไฟเออร์ธรรมชาติที่จะช่วยเพิ่มการดูดซึมเซราไมด์ ให้สามารถไปถึงผิวได้ภายใน 24 ชั่วโมง
  • กรดไขมันส่วนใหญ่ที่พบในเซราไมด์จากข้าวสาลีเป็นกรดไขมันที่มีสายสั้น ทำให้ย่อยและนำไปใช้ได้ง่ายกว่ากรดไขมันที่มีสายยาว ที่ได้จากเซราไมด์จากพืชชนิดอื่นๆ เช่น ข้าวจ้าว
  • มีงานวิจัยทางคลินิคระดับ Gold Standard Protocol (วิธีวิจัยมาตรฐานระดับสากล) รองรับ
Q: ต้องทานเซราไมด์มาจากข้าวสาลีกี่วันจึงจะเห็นผล?
A: จากงานวิจัยอาสาสมัครจะได้รับเซราไมด์จากข้าวสาลีในรูปแบบน้ำมัน 70 มก./วัน โดยพบว่าผิวจะดูชุ่มชื้นขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น ริ้วรอยดูลดลง ภายใน 15 วัน หลังรับประทาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล
Q: หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีเรสเวอราทรอล หรือไฮดรอกซีไทโรซอล เป็นประจำอยู่แล้ว จะสามารถทานเซราไมด์จากข้าวสาลีได้หรือไม่ และเซราไมด์จากข้าวสาลี มีคุณสมบัติแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่มีเรสเวอราทรอล หรือ ไฮดรอกซีไทโรซอลอย่างไร?
A: หากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มี เรสเวอราทรอล หรือ ไฮดรอกซีไทโรซอลเป็นประจำอยู่แล้วก็สามารถรับประทานเซราไมด์จากข้าวสาลีเพิ่มได้ เพื่อการดูแลผิวได้ครบทุกมิติเพราะแต่ละผลิตภัณฑ์จะดูแลผิวพรรณในจุดที่ต่างกัน โดย::

  • เซราไมด์จากข้าวสาลีจะเป็นตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงในการกักเก็บความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และช่วยให้คอลลาเจน และอีลาสตินแข็งแรง
  • ไฮดรอกซีไทโรซอล จะช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสเมื่อรับประทานร่วมกันก็จะช่วยทั้งบำรุงผิว เพิ่มปริมาณของคอลลาเจน และอีลาสติน ให้ผิวดูสวย แข็งแรง สุขภาพดีได้ดียิ่งขึ้น
  • เรสเวอราทรอล จะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่ผิว ปกป้องคอลลาเจนและอีลาสติน จากการจู่โจมของอนุมูลอิสระ
Q: ควรทานเซราไมด์จากข้าวสาลีวันละเท่าไหร่ เวลาใด สามารถทานได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่?
A: แนะนำให้รับประทานวันละ 70 มก. ก่อนนอน ซึ่งเป็นขนาดรับประทานตามงานวิจัย ทั้งนี้สามารถรับประทานติดต่อกันได้เป็นเวลานาน โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด
Q: ใครสามารถรับประทานเซราไมด์จากข้าวสาลีได้บ้าง?
A: ผู้ที่มีผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ผู้ที่อยู่ในที่แห้งและเย็นเป็นประจำ เช่น ในห้องแอร์ ผู้ที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับริ้วรอยที่ผิว หรือผู้ที่ต้องการดูแลผิวเป็นพิเศษ
Q: มีข้อห้ามข้อควรระวังในการรับประทานเซราไมด์จากข้าวสาลี หรือไม่?
A: ไม่แนะนำในเด็ก สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร และผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่อยู่ระหว่างการดูแลของแพทย์

“กินดี” อีกวิธีในการบํารุงผิว จากภายใน

วีท เซราไมด์ พลัส ไฟโตเซราไมด์เข้มข้น สกัดจากข้าวสาลี 100%
  • สารสกัดจากข้าวสาลี 70 มก. ให้สารสําคัญกลุ่มเซราไมด์ 10,500 มก.
  • น้ำมันมะกอกธรรมชาติ 86.37 มก.
  • น้ำมันจมูกข้าวสาลี 330 มก.
  • วิตามินอี 13.63 มก.

กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส

โรส ไวท์ ดริ้งค์ เครื่องดื่มสําเร็จรูปชนิดผง ผสมคอลลาเจน อะเซโรลาเชอร์รี่สกัด และสารสกัดจากกลีบ

  • อะเซโรลา เชอร์รี่สกัด วิตามินซีจาก ธรรมชาติ
  • คอลลาเจนสูง 10,000 มก. ต่อซอง
  • สารสกัดจาก กลีบกุหลาบ แอล-กลูต้าไธโอน
  • รสชาติอร่อย แบบไม่ใส่น้ำตาล

กิฟฟารีน โรส ไวท์ ดริ้งค์

ผู้ชายสมัยนี้ เค้าดูแลตัวเองอย่างไร

5. เคล็ดลับดูดี หล่อขั้นเทพ เคล็ดลับดีๆ ที่ผู้ชายต้องแชร์

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ แอสตาแซนธิน และสารที่มีประโยชน์ กับ ริ้วรอยบนผิวหนัง

หุ่นปัง!! งาน Six pack ต้องมา

คืนพลังหนุ่ม ฟื้นฟูความแข็งแรง

คู่ฮิต ฟิต และเฟิร์ม

เสริมกล้ามได้ง่ายๆที่คุณไม่ควรพลาด

ฮิต 1 คู่ฮิต…เสริมสร้างกล้ามเนื้อ
ฮิต 2 คู่ฮิต…เพื่อหุ่นเฟิร์มกระชับ
ฮิต 3 คู่อิต…..เพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย

เอกสารอ้างอิง

  1. Tessema, Efrem N et al. “Potential Applications of Phyto-Derived Ceramides in Improving Epidermal Barrier Function.” Skin pharmacology and physiology vol. 30,3 (2017): 115-138.
  2. Bizot, Valérie, et al. “Improving skin hydration and age-related symptoms by oral administration of wheat glucosylceramides and digalactosyldiglycerides: a human clinical study.” Cosmetics 4.4 (2017): 37.
  3. Yamashita, Shinji, Mikio Kinoshita, and Teruo Miyazawa. “Dietary sphingolipids contribute to health via intestinal maintenance.” International journal of molecular sciences 22.13 (2021): 7052.
  4. https://www.nutraingredients-usa.com/Article/2019/04/30/Seppic-approved-to-market-Ceramosides-with-skin-health-claims-in-Canada
  5. Ueda 0., Hasegawa M., Kitamura S., Fistribution in skin of ceramide after oral administration to rat. Drug Metablism and Pharmacokinetics, 2009, 24(2): 180-184.

เรียบเรียงและจัดทำโดย Sirikul Shop

รหัสสินค้า : 83086

เลขที่จดแจ้งผลิตภัณฑ์ : 13-1-03337-5-0013

ขนาด กxยxส : 5.5×9.64

น้ำหนัก/กิโลกรัม : 0.05

กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส (30 แคปซูล)

ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล:
สารสกัดจากข้าวสาลี 70 มก.
(*ให้สฟิงโกไลพิดรวมถึงไกลโคสฟิงโกไลพิด และกลูโคซิลเซราไมด์ 10,500 มคก.)
(*ให้ไดกาแลกโตซิล ไดกลีเซอร์ไรด์ 10,500 มคก.)
น้ำมันมะกอกธรรมชาติ 86.37 มก.
น้ำมันจมูกข้าวสาลี 330 มก.
วิตามินอี 13.63 มก.
วิธีรับประทาน : รับประทานวันละ 1 แคปซูล ก่อนนอน

 

รีวิว

ยังไม่มีบทวิจารณ์

มาเป็นคนแรกที่วิจารณ์ “อาหารเสริม เซราไมด์ ผสม น้ำมันมะกอกธรรมชาติ และ วิตามิน อี ชนิดแคปซูลนิ่ม กิฟฟารีน วีท เซราไมด์ พลัส (30 แคปซูล)”

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Shopping Cart
Scroll to Top