ขิง ใครๆ ก็รู้จัก แต่ประโยชน์ ของ ขิง มีอะไรบ้างนะ?
เรื่องน่ารู้ ของ ขิง (Ginger)
“ขิง (Ginger)” เป็นพืชอยู่ในวงศ์ Zingiberaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Zingiber officiales Roscoe
“ขิง (Ginger)” ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยา ทั้งในตํารับยาไทย จีน และแพทย์อายุรเวท โดย “เหง้า” ของ ขิงแก่ มีคุณสมบัติเป็นยาขับลม ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน แก้ท้องผูก เหงือกอักเสบ แก้ไอขับเสมหะ บรรเทาข้ออักเสบ รักษาอาการปวดศีรษะ รวมทั้ง ช่วยกระตุ้นการอยากอาหาร (อ้างอิงที่ 1)

ประโยชน์ ของ สารสกัดจาก ขิง (Ginger Extract) ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
รายงานผลการศึกษาทางคลินิกของ “ขิง (Ginger)” มีหลายการศึกษาที่สนับสนุนการรักษา และป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ได้ในระยะยาวอย่างปลอดภัย ดังต่อไปนี้
ลดอาการปวดและอักเสบในผู้ที่เป็นโรคข้อเสื่อม โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และลดการปวดกล้ามเนื้อ
มีงานวิจัยที่ทําในผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม 261 คน โดยให้รับประทานสารสกัด จาก “ขิง (Ginger)” เป็นเวลา 6 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจาก “ขิง (Ginger)” มีอาการปวดลดลงกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสําคัญ (อ้างอิงที่ 2)
อีกงานวิจัย การศึกษาในผู้ป่วยข้อเข่าอักเสบ (Gonarthritis) 29 ราย โดย ได้รับสารสกัดจาก “ขิง (Ginger)” (เทียบเท่ากับเหง้าขิง 250 มก.) วันละ 4 ครั้ง เป็นระยะ เวลา 6 เดือน
พบว่าสารสกัดจาก “ขิง (Ginger)” สามารถบรรเทาอาการปวดได้ดีกว่ายาหลอก อย่างมีนัยสําคัญ (อ้างอิงที่ 3)
ยังมีการศึกษาในผู้ป่วยโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis) จํานวน 28 คน และผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) จํานวน 18 คน พบว่า 3 ใน 45 14 ของผู้ป่วยโรคข้อเสื่อมทั้ง 2 ชนิด มีอาการปวดข้อลดลง
และพบว่าในผู้ป่วย ที่มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ (Muscular discomfort) จํานวน 10 คน ทั้งหมด มีอาการปวดลดลง (อ้างอิงที่ 4)
มีการทดลองแบบ Double-blind randomized placebo-controlled clinical trial ในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมที่มีอาการปวดระดับปานกลาง จํานวน 120 คน โดย แบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่รับประทานแคปซูลผง “ขิง (Ginger)” จํานวน 2 แคปซูล ต่อวัน (500 มก. แคปซูล หรือ 1 กรัมต่อวัน) และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (ผงแป้งในขนาดเดียวกัน) เป็นระยะเวลา 3 เดือน
พบว่า ระดับตัวชี้วัดภาวะการ ยักเสบได้แก่ nitric oxide (NO) และ hs-C reactive protein (hs-CRP) ในเลือดของผู้ป่วยที่ได้รับแคปซูลผง “ขิง (Ginger)” ลดลงมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสําคัญจึงอาจให้ผงซึ่งเสริมในผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อมได้ (อ้างอิงที่ 5)
ลดอาการปวดประจําเดือนได้ไม่แตกต่างจากยาต้านการอักเสบที่นิยมใช้กัน ทั่วไป และช่วยลดการสูญเสียเลือดประจําเดือนในผู้หญิงที่มีปัญหาประจําเดือนมามาก
มีงานวิจัยเปรียบเทียบผลการลดอาการปวดประจําเดือนของผงขิงกับยาต้าน การอักเสบที่นิยมใช้กันทั่วไปคือ Mefenamic acid และ Ibuprofen พบว่ากลุ่ม ที่ได้รับผง “ขิง (Ginger)” 250 มก.ต่อแคปซูล 4 ครั้งต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 วันก่อนถึงรอบเดือน มีอาการปวดประจําเดือนลดลงไม่ต่างจากกลุ่มที่ได้รับยาต้านการอักเสบ (อ้างอิงที่ 6)
และการศึกษาการลดการสูญเสียเลือดประจําเดือน ในวัยรุ่นผู้หญิงที่มีปัญหา ประจําเดือนมามาก อายุระหว่าง 15-18 ปี จํานวน 90 คน
พบว่ากลุ่มที่ได้รับ แคปซูลผง “ขิง (Ginger)” ขนาด 250 มก. วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 4 วัน (เริ่มจากวันก่อนที่ จะมีประจําเดือนจนถึงวันที่ 3 ของการมีประจําเดือน) มีการสูญเสียเลือดประจํา เดือนลดลง และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (อ้างอิงที่ 7)
ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยที่ได้รับยา เคมีบ่าบัด และจากการเมารถเมาเรือ
มีการศึกษาในหญิงตั้งครรภ์ (อายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์) จํานวน 120 คน พบว่า กลุ่มที่ได้รับสารสกัดจาก “ขิง (Ginger)” ขนาด 125 มก. วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน มีอาการคลื่นไส้น้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ และในการศึกษาเดียวกันนี้ มีการติดตามเรื่องความปลอดภัยของทารกในครรภ์
พบว่า ความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ของมารดา รับประทานสารสกัดจากขิงเทียบกับกลุ่มประชากรทั่วไป ไม่มีความแตกต่างกัน (อ้างอิงที่ 8)
มีรายงานว่า การใช้ “ขิง (Ginger)” ในขนาดอย่างน้อย 1 กรัม มีประสิทธิภาพในการ ป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียนหลังการผ่าตัดได้ดีกว่ายาหลอก (อ้างอิงที่ 9)
และพบว่าการให้ “ขิง (Ginger)” ร่วมกับยา Prochlorperazine. ในผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ที่ได้รับยาเคมีบําบัดจํานวน 20 รายสามารถลดความรุนแรง และระยะเวลาในการคลื่นไส้ได้ (อ้างอิงที่ 1) และขิงยังมีฤทธิ์แก้คลื่นไส้ อาเจียน จากการเมารถ เมาเรือได้ด้วย (อ้างอิงที่ 10)
ลดระดับไขมันในเลือด
มีการศึกษาแบบ Double blind controlled clinical trial พบว่า กลุ่มที่ได้รับ แคปซูล “ขิง (Ginger)” 1 กรัม วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 45 วัน มีระดับค่าเฉลี่ยของไตรกลีเซอไรด์, โคเลสเตอรอล, แอล ดี แอล โคเลสเตอรอล ลดลงอย่างมีนัยสําคัญกว่ากลุ่มที่ ไม่ได้รับประทานขิง (อ้างอิงที่ 11)
ช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดไมเกรน
การศึกษาแบบ Double blind randomized clinical trial เปรียบเทียบ การใช้ “ขิง (Ginger)” กับยา Sumatriptan (ยารักษาอาการไมเกรน) ในผู้ป่วย จํานวน 100 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ แคปซูล “ขิง (Ginger)” 250 มก. 1 แคปซูล และกลุ่มที่ได้รับยา Sumatriptan 50 มก. 1 แคปซูล ทันทีที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะ
พบว่า ความรุนแรง ของอาการปวดลดลงในทั้ง 2 กลุ่ม หลัง จากได้รับ ยา 2 ชั่วโมง โดยประสิทธิภาพ ในการลดอาการปวดของ “ขิง (Ginger)” และยา Sumatriptan ไม่มีความแตกต่างกัน แต่อาการ ไม่พึงประสงค์ของขิงจะน้อยกว่า (อ้างอิงที่ 12)
ช่วยเรื่องอาหารไม่ย่อย
มีงานวิจัยให้ยิ่งบรรจุแคปซูล ปริมาณ 1.2 กรัม กับคนไข้ที่มีอาการ อาหารไม่ย่อย พบว่า “ขิง (Ginger)” ช่วยกระตุ้นให้การย่อยอาหารดีขึ้นได้ (อ้างอิงที่ 13)
ประโยชน์ ของ สารสกัดจาก ขิง (Ginger Extract) ในผลิตภัณฑ์เสริมความงาม
- มีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก ซึ่ง ขิง เป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี มีสารประกอบที่ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันที่ทำให้เกิดริ้วรอย จึงช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาผิวที่พบได้บ่อยเหล่านี้ได้
- ช่วยปรับสีแผลเป็นให้กลมกลืนกับสีผิวปกติ สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในขิงจะช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดของร่างกายให้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการปรับสีผิว ขิงจึงช่วยทำให้รอยแผลเป็น (สีคล้ำ)จางลง และกลมกลืนไปกับสีผิวปกติได้ดีขึ้น นอกจากนี้ขิงยังช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตคอลลาเจน ซึ่งเส้นใยคอลลาเจนเป็นสิ่งที่ร่างกายใช้ในการเสริมความยืดหยุ่นของผิว และสามารถช่วยสมานแผลได้เร็วขึ้นด้วย
- ช่วยลดเลือนเซลลูไลต์ เซลลูไลต์ คือ เซลล์ไขมันที่เคลื่อนตัวสูงขึ้นมาสะสมอยู่ชั้นใต้ผิวหนัง มีลักษณะขรุขระคล้ายกับผิวเปลือกส้ม ร้อยละ 80 ของผู้หญิงจะพบกับปัญหาเซลลูไลต์ในระดับหนึ่ง การใช้ขิงจะช่วยล้างสารพิษในร่างกายและทำให้เลือดสูบฉีดได้ดีขึ้น ซึ่งมันจะไปหยุดการสะสมของไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนัง เซลลูไลต์ที่เห็นเป็นผิวเปลือกส้มก็จะลดเลือนลง ไม่สังเกตเห็นได้ชัด
- ช่วยรักษาและป้องกันสิวบางชนิด ขิง อุดมไปด้วยไฟโตเคมิคอล (Phytochemical) หรือที่เรียกว่า “จินเจอร์รอล (Gingerol)” ซึ่งมีคุณสมบัติต้านการอักเสบจึงช่วยรักษาและป้องกันสิวบางชนิด รวมถึงยังช่วยลดปริมาณน้ำมัน (ความมัน) ส่วนเกินที่ผิวได้ด้วย ทั้งนี้ขิงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นยารักษาสิวทุกชนิด แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะช่วยดูแลปัญหาสิวให้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีความอ่อนโยนต่อสภาพผิวส่วนใหญ่
โรค หรือ ภาวะที่จะแนะนำ ในการใช้ ขิง
- ใช้ได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ต้องการควบคุม นํ้าหนัก
- ผู้ป่วยนอนกรน
- ผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ป่วยไขมันในเลือดสูง
- สตรีปวดประจําเดือน
- สตรีหลังคลอด
- ผู้ป่วยข้อเสื่อม เข่าเสื่อม ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม
- ผู้ป่วยโรคหัวใจ (ที่ไม่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือเกล็ดเลือด)
- ผู้ป่วยไมเกรน
ข้อควรระวัง :
- ระวังการใช้ร่วมกับสารกันเลือดเป็นลิ่ม (Anticoagulants) และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด (Antiplatelets) เนื่องจากอาจทําให้เลือดแข็งตัวช้า และทําให้เลือดไหลหยุดยาก (อ้างอิงที่ 1, 14)
- ระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ําดี ยกเว้นภายใต้ การดูแลของแพทย์ (อ้างอิงที่ 1, 15, 16)
- ไม่แนะนําให้รับประทานในเด็กอายุต่ํากว่า 6 ปี (อ้างอิงที่ 1)
ในปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มขิงผงสําเร็จรูป ซึ่งเป็นเครื่องดื่มชนิดผงที่ช่วยให้การดําเนินชีวิตมีความสะดวกมากขึ้น เพราะเตรียมได้ง่าย เพียงเติมน้ําร้อนก็สามารถอร่อย กับรสชาติที่กลมกล่อม มีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ขิงได้ทันที ให้ความสดชื่น คลายความเครียดจากการทํางาน ดื่มได้ทุกโอกาสระหว่างวัน และยังสามารถพกติดตัวไปได้ทุกที่
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มขิงผงสําเร็จรูป เพื่อสุขภาพ ที่ให้ผลทางด้านควบคุมน้ําหนัก โดยมีการเติมส่วน ผสมเพิ่มเข้าไป ดังนี้
สารอาหารเพื่อประโยชน์ ในการควบคุมนํ้าหนัก มีอะไรบ้าง?
แอล คาร์นิทีน (L-carnitine)
“แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine)” เป็นสารที่ร่างกายสร้างขึ้นได้เอง มีประโยชน์ ในการช่วยในการเผาผลาญกรดไขมัน เพื่อนํามาสร้างเป็นพลังงาน ในกล้ามเนื้อ (อ้างอิงที่ 17)
“แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine)” เป็นรูปที่ออกฤทธิ์ของกรด อะมิโนชนิด “คาร์นิทีน (Carnitine)” ซึ่งผลิตจากตับและไต ช่วยลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจวาย ช่วยเพิ่มการเคลื่อนที่ของตัวอสุจิ และเพิ่มขบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย เรามักใช้เพื่อกำจัดไขมันส่วนเกิน ของร่างกายและใช้ร่วมในโปรแกรมการควบคุมน้ำหนัก
เราพบ “คาร์นิทีน (Carnitine)” มากในกล้ามเนื้อหัวใจและกล้ามเนื้อลาย ซึ่งจำเป็นต่อขบวนการเผาผลาญไขมัน โดยช่วยพาไขมันเข้าสู่ไมโตคอนเดรียของเซลล์ (Mitochondria ส่วนของเซลล์ที่ผลิตพลังงานให้แก่เซลล์) ผู้ที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับหัวใจจะมีระดับของ “คาร์นิทีน (Carnitine)” ต่ำ ซึ่งสมควรรับประทาน “คาร์นิทีน (Carnitine)” เสริม
นอกจากนี้เรายังพบว่าการให้ “คาร์นิทีน (Carnitine)” เสริมจะช่วยป้องกันโอกาสเกิด ภาวะหัวใจล้มเหลวได้
“คาร์นิทีน (Carnitine)” ยังช่วยสลายไขมันซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของเซลล์อสุจิ มีการศึกษามากมายที่สนับสนุนว่า “คาร์นิทีน (Carnitine)” เพิ่มการผลิตเซลล์อสุจิและเพิ่มการเคลื่อนที่ของเซลล์ด้วย แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า “คาร์นิทีน (Carnitine)” เพียงตัวเดียวจะช่วยลดภาวะเสื่อมสมรรถภาพในผู้ชายได้
แหล่งอาหาร เนื้อแดงและนมสดเป็นแหล่งที่ดีของ “คาร์นิทีน (Carnitine)” ร่างกายเราสามารถสังเคราะห์ “คาร์นิทีน (Carnitine)” จาก กรดอะมิโนชนิด “ไลซิน (Lysine พบมากในถั่วฝักและอัลฟัลฟา)” และกรดอะมิโนชนิด “เมไธโอนีน (Methionine พบมากในธัญพืชและผักใบเขียว)” ได้เช่นกัน
ผู้ที่มีปัญหาของกล้ามเนื้อหัวใจอาจรับประทาน “คาร์นิทีน (Carnitine)” วันละ 2-6 กรัม โดยแบ่งรับประทานวันละ 2 หรือ 3 ครั้ง ในผู้ที่เริ่มเสื่อมสมรรถภาพควรรับประทาน วันละ 2 กรัม ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน (เซลล์อสุจิใช้เวลา 74 วันจึงจะโตเต็มที่)
ประโยชน์ของ แอล-คาร์นิทีน (L-carnitine)
- เพิ่มการเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงาน สลายไขมันส่วนเกินที่สะสมบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง รอบเอว สะโพก ต้นขา ต้นแขน
- ลดการสะสมของไขมันใหม่ ช่วยลดน้ำหนัก ให้หุ่นผอมเพรียว
- ลดน้ำหนัก ลดดัชนีมวลกาย (BMI)
- เสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง รูปร่างจึงฟิตเฟิร์ม กระชับ
- ป้องกันการสลายของมวลกล้ามเนื้อ ทำให้สามารถรักษารูปร่างที่ดีไว้ได้โดยไม่กลับมาอ้วนใหม่ได้ง่าย
- ช่วยลดความหิวและความอยากอาหารหวาน
- ช่วยเพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ทำให้รู้สึกสดชื่น กระฉับกระเฉง
โรค หรือ ภาวะที่จะแนะนำ ในการใช้ แอล-คาร์นีทีน
- ในผู้ที่ต้องการให้มี กล้ามเนื้อในสุภาพบุรุษ
- ในผู้ที่ต้องการมี เนื้อหนังในสุภาพสตรี
ข้อห้าม ข้อควรระวัง ในการใช้ แอล-คาร์นีทีน
- ควรทานในผู้ที่มีอายุ เกิน 15 ปี
- ห้ามในโรคไตและโรคหัวใจ แต่ในคนปกติ จะไม่ทําให้เป็นโรคไตหรือหัวใจแต่อย่างใด
หมายเหตุ
- ในกลุ่มนักกีฬา สําหรับผู้ชาย ขนาดที่แนะน่าคือทาน วันละ 3-5 กรัม โดยอาจ ทานครั้งเดียวก่อนออกกําลังกาย ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง หรือสามารถแบ่งทานก่อนออกกําลังกายประมาณ 2-3 กรัม และหลังออกกําลังกาย 60 นาที อีกประมาณ 1-2 กรัม ก็ได้ สาหรับสุภาพสตรี อาจลดลง ครึ่งหนึ่งของสุภาพบุรุษ
- ขนาดรับประทานทั้งหมด สามารถปรับขนาดให้น้อยกว่า หรือมากกว่า นี้เล็กน้อยได้ ในสุภาพบุรุษ ที่เล่นกล้ามเพาะกายมักจะทาน ถึง 20 กรัม ต่อวัน ถ้าจะทานเป็นระยะเวลานาน แนะนําให้รับประทาน ไม่เกินวันละ 5 กรัม
วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือ ไทอะมีน (Thiamine)
“วิตามินบี 1 (Vitamin B1) หรือ ไทอะมีน (Thiamine)” มีความจำเป็นต่อ “ระบบเผาผลาญอาหารและระบบประสาทของร่างกาย”
ถ้าขาดจะเป็นโรคเหน็บชา อาการสำคัญจะเกี่ยวข้องกับระบบประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยทางระบบประสาทจะมีอาการชาตามมือตามเท้า ตากระตุก แขนขาอ่อนแรง ส่วนอาการทางสมองพบว่า เนื้อสมองจะถูกทำลาย ผู้ป่วยจะมีอาการความจำเสื่อม สำหรับทางระบบหัวใจและหลอดเลือดพบว่าหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น หัวใจมีขนาดโตขึ้น
วิตามินบี 2 (Vitamin B2) หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin)
“วิตามินบี 2 (Vitamin B2) หรือ ไรโบฟลาวิน (Riboflavin)” มีความจําเป็น ต่อการหายใจของเซลล์ เมตาบอลิซึม ของคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เป็น Co-enzyme ในการเปลี่ยนวิตามินบี 6 และ กรดโฟลิคให้อยู่ในรูป Active ทั้งยังทําหน้าที่รักษาสภาพของเยื่อบุผิวและ Mucosa ให้เป็นปกติ
หากขาดจะมีอาการแสดงทางตา ริมฝีปากและผิวหนัง เริ่มแรกนั้นริมฝีปากจะ อักเสบ แห้งและแตก มุมปากจะขีดแตก เรียกลักษณะดังกล่าวว่าปากนกกระจอก (Angular stomatitis) และเมื่อเป็นมากขึ้นจะมีอาการทางผิวหนัง ใบหน้ามีสะเก็ด มันๆ ต่อมาจะมีอาการอักเสบของตา ตาสู้แสงไม่ได้ คันตาและแสบลูกตา
วิตามินบี 3 (Vitamin B3) หรือ ไนอะซิน (Niacin)
“วิตามินบี 3 (Vitamin B3) หรือ ไนอะซิน (Niacin)” มีบทบาทในกระบวนการ Glycolysis, Kreb’s cycle และการสังเคราะห์กรดไขมัน
“หากขาดจะมีผลต่อระบบประสาท” โดยมีผลต่อระบบประสาทส่วนปลายไขสันหลัง และสมอง เช่น ปลายประสาทอักเสบ ซึ่งอาจมีอาการคลุ้มคลั่ง และหมดสติก่อนตาย รวมถึงยังมีผลต่อระบบผิวหนัง ทําให้มีลักษณะผิวหนังหยาบ เป็นสีม่วงหรือเข้ม
นอกจากนี้ยังมีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เริ่มตั้งแต่มีร่องแตก ที่บริเวณริมฝีปาก เยื่อบุลิ้นจะฝ่อ มีอาการอักเสบของลําไส้เล็กและมีเลือดออก ท้องเดิน
ไนอะซินาไมด์ Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 (Vitamin B3)
วิตามินบี 3 (Vitamin B3) หรือ ไนอะซิน (Niacin) ในวงการสกินแคร์จะอยู่ในชื่อของ ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) นั้นเอง จัดเป็นวิตามินบีคอมเพล็กซ์ (B-Complex) ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีประสิทธิภาพช่วยให้ผิวเรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ผิวละเอียดขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบระคายเคืองผิว
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซราไมด์ใต้ชั้นผิวช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและอุ้มน้ำ ช่วยลดการเกิดผิวแห้งกร้านและหย่อนคล้อย ลดความเสี่ยงของการเกิดรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยก่อนวัยได้ และยังมีประสิทธิภาพปรับสภาพผิวให้กระจ่างใสขึ้นเป็นธรรมชาติ
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ยังมีประสิทธิภาพช่วยลดความเสื่อมหรือความชราของเซลล์ผิวได้ โดยเฉพาะความเสื่อมของเซลล์ผิวที่เกิดจาก AGEs ซึ่งเป็นสารที่เกิดจากปฏิกิริยาออกซิเดชั่นระหว่างโมเลกุลของน้ำตาลกับสารชีวโมเลกุลชนิดอื่น ๆ ในชั้นผิว
ส่งผลให้สารชีวโมเลกุลในร่างกายเปลี่ยนสภาพ คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ใต้ชั้นผิวเสียโครงสร้างและถูกทำลาย ทำให้ผิวแห้งกร้าน หย่อนคล้อย ไม่ยกกระชับ ปัญหาที่ตามมาก็คือริ้วรอย ความหมองคล้ำ และกระ ฝ้า จุดด่างดำ
ประโยชน์ของ ไนอะซินาไมด์ Niacinamide หรือ วิตามินบี 3 (Vitamin B3)
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) มีประโยชน์มากสำหรับผิว สามารถช่วยรักษาสิว รวมทั้งลดการอักเสบและรอยแดง ปรับปรุงการทำงานของเกราะป้องกันผิว และทำให้จุดด่างดำดูจางลง
ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ยังสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น การเปลี่ยนสีผิว และความแห้งกร้าน เมื่อนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณ มักจะรวมเป็นส่วนผสมใน เซรั่ม ครีม และโลชั่น
นอกจากนั้น ไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) ยังดีต่อผิวของเราและสามารถช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างดี ต้านมลภาวะ เพิ่มความชุ่มชื่น นุ่มเนียน รูขุมขนดูกระชับ และอ่อนโยนต่อผิวกว่า สารสกัดประเภท AHA BHA
- ช่วยลดรอยแดง รอยดำ รอยสิวได้ดี และช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน
- ช่วยคุมความมัน Niacinamide เข้าไปปรับสมดุลในต่อมไขมัน และป้องกันไม่ให้ผลิตน้ำมันมากเกินไป
- ช่วยกระชับขนาดรูขุมขน เมื่อน้ำมันบนผิวลดลง ไม่มีสิ่งอุดตันรูขุมขน จึงทำให้รูขุมขนเรียบเนียนขึ้น
- ช่วยเติมความชุ่มชื้น ให้ผิวไม่ขาดน้ำ โดยกระตุ้นการผลิตเซราไมด์ (Ceramide) ให้ผิวชุ่มชื้น เหมาะสำหรับฟื้นฟูผิวที่แห้ง
- ปกป้องผิวจากอัลตราไวโอเลตในแสงแดด และกระตุ้นในการสร้างเกราะปกป้องผิวที่แข็งแรง Skin Barrier ทำหน้าที่คอยปกป้องผิวของเราเสมือนเป็นโล่ป้องกันที่เซลล์ผิว
- ลดริ้วรอย โดย Niacinamide จะเข้าไปสร้างคอลลาเจนบนชั้นผิว ทำให้ผิวเด้งอิ่มฟูขึ้น
- ช่วยลดสิวอุดตัน รอยสิว เพราะว่า Niacinamide มีส่วนในการช่วยลดการอักเสบ จึงเหมาะมากสำหรับคนที่เป็นสิวอักเสบ
วิตามินบี 5 (Vitamin B5) หรือ กรดแพนโทที่นิค (Pantothenic acid)
“วิตามินบี 5 (Vitamin B5) หรือ กรดแพนโททีนิค (Pantothenic acid)” มีความเกี่ยวข้องกับ “ปฏิกิริยาชีวเคมีในร่างกายหลายอย่าง” เช่น การเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต การสังเคราะห์กรดไขมัน ถ้าขาดอาจจะมีอาการปวดท้อง อาเจียน และเป็นตะคริว อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
แพนทีนอล (Panthenol) ซึ่ง บางครั้งเรียกว่า โปรวิตามินบี5 (Pro-vitamin B5) คือ กรดอิสระที่สามารถละลายในน้ำได้ อยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม สามารถพบได้ตามแหล่งอาหารทั่วไป และสามารถสกัดออกมาเป็นสารบริสุทธิ์ได้ สามารถดูดซึมเข้าเส้นผมและผิวหนังได้อีกด้วย
และจะถูกเปลี่ยนเป็น กรดแพนโททีนิค (Pantothenic acid) ทันทีหลังจากที่ดูดซึมไปแล้ว อาจจะเรียกได้ว่า กรดแพนโททีนิค (Pantothenic acid) คือ แพนทีนอล (Panthenol) ที่มีการเปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน B5 หลังจากดูดซึมเข้าไปในร่างกายนั่นเอง
ซึ่งในปัจจุบันนี้ Pantothenic acid หรือ วิตามิน B5 ก็มีการรีวิวมากมาย เพราะว่านิยมในการสกัดออกมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางที่จะเข้ามาช่วยในการบำรุงผิวหน้าและผิวกาย
สำหรับ วิตามินบี 5 (Vitamin B5) ก็มีคุณสมบัติหลายประการที่จะช่วยในการดูแลสุขภาพและร่างกายให้แข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นการนำไปช่วยในการสลายสารอาหารต่างๆ อย่างคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ไปเป็นพลังงาน เพื่อใช้งานในแต่ละวัน ช่วยในการสร้างวิตามินเอและวิตามินดีในร่างกาย ช่วยในการสร้างฮีโมโกลบินในเลือด ช่วยลดความเครียด และเสริมการทำงานร่วมกับวิตามินบีอื่นๆ เพื่อรักษาระดับปริมาณวิตามินในร่างกายให้สมดุล
นอกจากนี้แล้ว เมื่อนำ วิตามินบี 5 (Vitamin B5) หรือ กรดแพนโททีนิค (Pantothenic acid) ไปใช้ประโยชน์ในด้านเครื่องสำอางได้ เพราะว่า วิตามินบี 5 (Vitamin B5) มีสรรพคุณในการ ช่วยลดการผลิตน้ำมันบนใบหน้า เพื่อช่วยลดการเกิดสิว สร้าง Coenzyme-A ให้กับร่างกายเพื่อใช้ในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินของร่างกาย และลดการสร้างฮอร์โมนเอนโดรเจน ต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ ทำให้ผิวหน้าดูสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น
ประโยชน์ของ วิตามินบี 5 (Vitamin B5) กับเส้นผมและหนังศรีษะ
วิตามินบี 5 (Vitamin B5) ในการดูแลและปกป้องเส้นผม จะออกฤทธิ์ป้องกันความแห้งกรอบของเส้นผม ช่วยซ่อมแซมผิวรอบนอกของเส้นผมที่ถูกกัดกร่อนโดยน้ำยาดัด น้ำยายืด และความร้อนจากการอบ ไดร์ผม ปกป้องเส้นผม ให้ความชุ่มชื้นกับเส้นผมและหนังศรีษะไม่ให้ถูกทำลายโดนความร้อน หรือสารเคมี ช่วยเสริมสร้างเส้นผมให้นุ่มสลวยเงางาม มีน้ำหนักไม่แห้งเสียหรือชี้ฟู หรือแตกปลาย และยังป้องกันการเกิดรังแคด้วย
ประโยชน์ของ วิตามินบี 5 (Vitamin B5) กับผิว
- ช่วยให้ความชุ่มชื้น กักเก็บความชุ่มชื้น
- เป็นเกราะกำบังให้กับผิว (skin barrier)
- ช่วยป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น
- ช่วยบำรุงผิว ลดการอักเสบ ลดรอยแดง ลดอาการแพ้คัน ช่วยสมานแผล
- ช่วยบรรเทาอาการคัน จากการแพ้
- ช่วยลดรอยแดง
- ช่วยสมานแผล และเร่งการสร้างเนื้อเยื่อชั้นผิวใหม่
- ช่วยบำรุงให้สุขภาพผมดี ให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม และให้ผมแข็งแรงเงางาม
- ช่วยกระตุ้นกระบวนการรักษาผิว
- ดูดซับความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็ว
วิตามินบี 6 (Vitamin B6) หรือ ไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์ (Pyridoxine Hydrochloride)
“วิตามินบี 6 (Vitamin B6) หรือ ไพริดอกซีน ไฮโดรคลอไรด์ (Pyridoxine Hydrochloride)” มีความสำคัญต่อ “ปฏิกิริยาทั้งหมด ในกระบวนการที่เกี่ยวกับปฏิกิริยาทางชีวเคมี” (Metabolism) ของกรดอะมิโน (สร้างและสลายโปรตีน)
มีบทบาทในการสร้างเม็ดเลือดแดง ถ้าขาดจะมีอาการอ่อนเพลีย ชาตามปลายมือ ปลายเท้า โลหิตจาง รวมถึงอาการทางประสาท เช่น สับสน ซึมเศร้า และชัก
ผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากขิง จาก กิฟฟารีน มีอะไรบ้าง?
อาหารเสริม สารสกัดจากขิง และวิตามินซี ชนิดแคปซูล กิฟฟารีน จินเจอร์-ซี (60 แคปซูล)

ดูแลสุขภาพด้วยขิงสกัดเข้มข้น
- เทียบเท่าการทานผงขิง 1,000 มก. มากที่สุดที่ อย.ไทยอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- เทียบเท่าการทานขิงสด 5 กรัม
- ให้สารสำคัญเป็นจินเจอร์รอลสูงถึง 4 มก.
กิฟฟารีน จินเจอร์-ซี (60 แคปซูล)
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณ 1 แคปซูล: |
สารสกัดจากขิง 80 มก. ผงขิง 40 มก. กรดแอสคอร์บิค 40 มก. (ให้วิตามินซี 40 มก.) |
วิธีรับประทาน: วันละ 1 แคปซูล หลังอาหาร |
เครื่องดื่ม ขิงผงสำเร็จรูป ผสมแอล-คาร์นิทีน และ วิตามินบีรวม กิฟฟารีน เอส-จินเจอร์ (4 กรัม x 10 ซอง)

อร่อย สดชื่น ไม่มีน้ำตาล
น้ำขิงกิฟฟารีน เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูปผสมแอล-คาร์นิทีน และวิตามิน ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย พร้อมทั้งดูแลสุขภาพได้ง่ายๆ เพียงชงกับน้ำร้อนก็พร้อมดื่มได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา
- มีขิงผง 3.85 กรัม/ซอง
- ผสมแอล-คาร์นิทีน และวิตามินบีรวม
- ไม่ใส่น้ำตาลทราย ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (ซูคราโลส และ อะซีซัลเฟม เค)
- ให้พลังงานเพียง 15 กิโลแคลอรี่/ซอง
ขิง (Ginger) เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน มีสรรพคุณเป็นยาขับลม แก้อาเจียน แก้ไอ ขับเสมหะ ขับเหงื่อ และมีฤทธิ์ต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ โดยการใช้พื้นบ้านทั่วไปนำมากินแก้หวัด
ขิง สมุนไพรใกล้ตัว ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่า
- ขับลม แก้ท้องอืด จุกเสียด แน่นเฟ้อ กระตุ้นการย่อยอาหารได้ดีขึ้น
- ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียนหรือเมารถ
- ลดอาการปวดประจำเดือนได้ใกล้เคียงกับยาแก้ปวดประจำเดือน
- มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ/ลดการปวดข้อและกล้ามเนื้อได้
- ช่วยลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
- ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค แก้หวัด คัดจมูก
- ลดการติดเชื้อไวรัสหวัด (ต้านหวัด)
- หากผสมน้ำมะนาวและเกลือป่นเล็กน้อยลงในน้ำขิง ใช้จิบแก้ไอ และขับเสมหะได้เป็นอย่างดี
- ช่วยแก้อาการมือเท้าเย็น การทานขิงจะช่วยให้เส้นเลือดขยายตัว เลือดจึงไหลเวียนไปทั่วร่างกายได้สะดวก
- ช่วยลดอาการปวดข้อ (ทั้งในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และข้อเสื่อม) และช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อได้
- ช่วยทำลายเซลล์มะเร็งได้ 12 ชนิด
เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูปผสมแอล-คาร์นิทีน และวิตามิน กิฟฟารีน เอส-จินเจอร์ (4 กรัม x 10 ซอง)
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1 ซอง (4 กรัม): |
ขิงผง 96.23 % |
แอล-คาร์นิทีน 1.875 % |
ไนอะซินาไมด์ 0.33 % |
แคลเซียม ดี-แพนโททีเนต 0.106 % |
ไพริดอกซีนไฮโดรคลอไรด์ 0.04 % |
ไทอะมีนไฮโดรคลอไรด์ 0.031 % |
ไรโบฟลาวิน 0.028 % |
*ใช้ซูคราโลสและอะซิซัลเฟม เค เป็นวัตถุที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล |
วิธีรับประทาน: ชงเครื่องดื่มขิงผง 1 ซอง ต่อน้ำร้อน 1 ถ้วย (150 มล.) คนให้เข้ากัน |
เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป ผสมกระชายผง วิตามินซี ซิงก์ และเบต้า-กลูแคน กิฟฟารีน เอส-กระชาย พลัส จินเจอร์ สูตรไม่เติมน้ำตาล (5 กรัม x 10 ซอง)

ดูแลสุขภาพตัวเอง ด้วยสมุนไพรไทยใกล้ตัว โรคโควิด-19
เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป ผสมกระชายผง วิตามินซี ซิงก์ และเบต้า-กลูแคน อร่อย สดชื่น ได้ประโยชน์จากสมุนไพรเข้มข้น ดื่มได้ทุกวัน สูตรไม่เติมน้ำตาล ใช้ซูคราโลส และแอซีซัลเฟม เค เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล ให้พลังงานต่ำเพียง 15 กิโลแคลอรี/ซอง
- ให้วิตามินซีสูง
- ให้สังกะสีสูง
กิฟฟารีน เอส-กระชาย พลัส จินเจอร์ สูตรไม่เติมน้ำตาล (5 กรัม x 10 ซอง)
ส่วนประกอบโดยประมาณใน 1 ซอง: |
ขิงผง 2.75 กรัม (เทียบเท่ากับการรับประทานขิงสด 6.875 กรัม) |
กระชายผง 1.25 กรัม (เทียบเท่ากับการรับประทานกระชายขาวแบบสด 18.75 กรัม) |
วิตามินซี 67.50 มก. |
เบต้า-กลูแคนจากยีสต์ 53 มก. |
ซิงก์อมิโนแอซิดคีเลต 20 มก. |
ไม่ใส่น้ำตาลทราย ใช้ซูคราโลส และแอซีซัลเฟม เค เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลทราย |
วิธีรับประทาน: ชง 1 ซอง ต่อน้ำร้อน 1 ถ้วย (120 มล.) แล้วคนให้เข้ากัน |
เครื่องดื่ม ขิงผง สำเร็จรูป กิฟฟารีน เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป (14 กรัม x 10 ซอง)

อร่อย ง่ายๆ แถมได้คุณค่าจาก ขิง
เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป คัดสรรจากขิงแก่ที่มีคุณภาพ อร่อย ง่าย ได้คุณค่าจากขิง เพียงชงกับน้ำร้อนก็พร้อมดื่มได้ทันที ทุกที่ ทุกเวลา
คุณสมบัติเด่นของขิง ช่วยในการขับลม แกท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียด แน่นท้อง เนื่องจากสารสําคัญที่อยูในน้ำมันหอมระเหยของขิง จะออกฤทธิ์กระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหาร และลําไส้ อีกทั้งการดื่มนํ้าขิงยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเมารถได้ หรือ หากผสมนํ้ามะนาวและเกลือป่นเล็กน้อยลงในนํ้าขิง ใช้จิบแก้ไอ และขับเสมหะ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้การดื่มนํ้าขิงร้อนๆ ยังช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดได้ดีอีกด้วย
คุณประโยชน์ของขิงจากงานวิจัย:
- กระตุ้นการย่อยอาหารให้ดีขึ้นในคนไข้ที่มีอาการอาหารไม่ย่อย
- ลดอาการแพ้ท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ในกลุ่มสตรีมีครรภ์
- ช่วยขับและเพิ่มนํ้านมแม่
- ลดโคเลสเตอรอล (LDL) และไตรกลีเซอไรด์
เครื่องดื่ม ขิงผง สำเร็จรูป กิฟฟารีน เครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป (14 กรัม x 10 ซอง)
ส่วนประกอบที่สำคัญโดยประมาณใน 1ซอง: |
น้ำตาล 48.93 % |
ขิงผง 28.64 % |
น้ำตาลทรายแดง 21.43 % |
วิธีรับประทาน: ขิงผงสำเร็จรูป 1 ซอง เติมน้ำร้อน 1 ถ้วย (150มล.) คนให้ละลาย |
แชมพู ทําความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ ผสม สารสกัดจาก ขิง และ วิตามินบี 5 กิฟฟารีน จินเจอร์ สไปซี่ สปา แชมพู (400 มล.)

บํารุงเส้นผมให้มีสุขภาพดี ด้วย สารสกัดจาก ขิง
ผ่อนคลายและคืนความสดชื่นให้เส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยแชมพูอ่อนใส ทําความสะอาดได้หมดจด มอบกลิ่นหอมอบอุ่น เปี่ยมพลัง พร้อมบํารุงเส้นผมให้มีสุขภาพดีด้วยคุณค่าสารสกัดจากขิง, Pro-Vitamin B5 และ Sodium PCA
ครีมนวดบํารุงเส้นผม ผสม ผสม สารสกัดจาก ขิง และ วิตามินบี 5 กิฟฟารีน จินเจอร์ สไปซี่ สปา คอนดิชันเนอร์ (400 มล.)

ดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดี ด้วย สารสกัดจาก ขิง
คืนสุขภาพดีให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยครีมนวดผมที่อุดมไปด้วย คุณค่าของ สารบํารุง Natural Ester Quat, Sodium PCA, Pro-Vitamin B5 และสารสกัดจากขิง พร้อมผ่อนคลายอารมณ์ให้สดใส มีชีวิตชีวา ด้วยกลิ่นหอมอบอุ่น
โลชั่นบำรุงผิวกาย ผสมสารสกัดจากขิง และวิตามินอี กิฟฟารีน จินเจอร์ สไปซี่ สปา บอดี้ โลชั่น (500 มล.)

ผ่อนคลายทั่วเรือนร่างราวกับทำสปา ด้วยกลิ่นหอมอบอุ่นจากขิง
โลชั่นบำรุงผิว เนื้อบางเบา ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างรวดเร็ว มีส่วนผสมของสารสกัดจากขิง และวิตามินอี ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ให้ผิวนุ่มนวล น่าสัมผัส พร้อมกลิ่นหอมอบอุ่นจากขิง ช่วยผ่อนคลายผิวทั่วเรืองร่างจากความเหนื่อยล้า ราวกับทำสปา
เอกสารอ้างอิง
- ประสิทธิภาพของสมุนไพรขิงในการบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน, สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิกคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- Effects of a ginger extract on knee pain in patients with osteoarthritis. Arthritis Rheum. 2001 Nov;44(11):2531-8
- The effects of Zintona EC (a ginger extract) on symptomatic gonarthritis. Osteoarthritis Cartilage. 2003 Nov;11(11):783-9
- Ginger (Zingiber officinale) in rheumatism and musculoskeletal disorders. Med Hypotheses. 1992 Dec;39(4):342-8
- Effect of ginger powder supplementation on nitric oxide and C-reactive protein in elderly knee osteoarthritis patients: A 12-week double-blind randomized placebo-controlled clinical trial. J Tradit Complement Med. 2015 Jan 28;6(3):199-203
- Comparison of effects of ginger, mefenamic acid, and ibuprofen on pain in women with primary dysmenorrhea. J Altern Complement Med. 2009 Feb;15(2):129-32
- Effect of ginger (Zingiber officinale) on heavy menstrual bleeding: a placebo-controlled, randomized clinical trial.Phytother Res. 2015 Jan;29(1):114-9
- Effect of a ginger extract on pregnancy-induced nausea: a randomised controlled trial. Aust NZJ Obstet Gynaecol. 2003 Apr;43(2):139-44
- The efficacy of ginger for the prevention of postoperative nausea and vomiting: a meta-analysis. Am J Obstet Gynecol. 2006 Jan;194(1):95-9
- ขิง, ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี, http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=39
- Investigation of the effect of ginger on the lipid levels. A double blind controlled clinical trial. Saudi Med J. 2008 Sep;29(9):1280-4
- Comparison between the efficacy of ginger and sumatriptan in the ablative treatment of the common migraine. Phytother Res. 2014 Mar;28(3):412-5
- Effect of ginger on gastric motility and symptoms of functional dyspepsia. World J Gastroenterol.2011 Jan 7; 17(1): 106-110
- The Effect of Ginger (Zingiber officinale) on Platelet Aggregation: A Systematic Literature Review. PLoS One. 2015; 10(10): 00141119
- Zingiber officinale (Ginger) Monograph. HYPERLINK ‘http://archive.foundationalmedicinereview.com/ publications/8/3/331.pdf http://archive.foundationalmedicinereview.com/publications/8/3/331.pdf
- ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เรื่อง คําชี้แจงประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 293) พ.ศ.2548 เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 294) พ.ศ.2548 เรื่อง รอยัลเยลลีและผลิตภัณฑ์รอยัลเยลลี
- Heinonen O.J. Carnitine and physical exercise. Sports Med. 1996; 22(2):109-32.
- เครือข่ายวิชาการผลิตภัณฑ์สุขภาพ เรื่อง วิตามิน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12, สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา 2547
เรียบเรียงและจัดทำโดย Sirikul Shop
สิทธิพิเศษเมื่อสมัครสมาชิกกิฟฟารีนกับเรา
- ค่าสมัครเพียง 180 บาท เป็นสมาชิกตลอดชีพ ไม่มีค่าต่ออายุรายปี
- รับแคตตาล็อกสินค้าพร้อมบัตรสมาชิก และรับส่วนลดในการซื้อสินค้าราคาสมาชิก 25% ได้ทันที
- รับเงินปันผล 10%-15%-25% คืนกลับมาจากการใช้สินค้าทุกเดือน และรับโบนัสพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย
- รับสิทธิ์แลกซื้อสินค้าราคาโปรโมชั่นพิเศษประจำเดือน และโปรโมชั่นของแถมประจำสัปดาห์ ได้ทุกเดือน
- ประกันคุ้มครองชีวิตฟรี ในรหัสเดียวกัน สามี/ภรรยา วงเงินตั้งแต่ 120,000-320,000 บาท
- สามารถเลือกได้ว่าต้องการเป็นผู้ใช้สินค้าเพียงอย่างเดียว หรือ ต้องการทำเป็นธุรกิจเพื่อสร้างรายได้
- สร้างเครือข่ายได้รับลิขสิทธิ์ 4%-10% พร้อมส่งต่อเครือข่าย และรายได้ทั้งหมด เป็นมรดกให้ทายาท
- เมื่อขึ้นตำแหน่งแล้วจะไม่มีการปรับหรือลดตำแหน่งในภายหลัง แม้ว่าจะไม่ได้รักษายอดในเดือนถัดไป
สำหรับท่านที่สมัครสมาชิกกิฟฟารีน กับ ทางเว็บไซต์ ของเรา
- รหัส สมาชิก ของท่าน คือ คูปองส่วนลด 25% ในการ ซื้อ สินค้า กับทาง เว็บไซต์ ของเรา
- เราจำกัดแค่ ต้องใช้คูปองกับ เว็บไชต์ ของเรา แต่ เราไม่ได้จำกัด ผู้ใช้ คุณ จะให้ใครใช้ก็ได้ โดย เราจัดส่งให้ ฟรี !
- สำหรับ ท่าน ที่ต้องการต่อยอด ธุรกิจ ลองปรีกษาเรา เรายินดีที่จะให้คำปรึกษา แก่คุณ
- ช่องทางสะดวกให้คำปรึกษา Fan Page Sirikul Shop